[Review] フラッガーの方程式

 

     สวัสดีค่า กลับมากันอีกครั้งกับการรีวิวนิยายญี่ปุ่นในกองดองของเรานะคะ สำหรับคราวนี้เป็นกองดองจาก Kindle Unlimited อีกเช่นเคย อาจมีคนงงกันว่า เอ๊ะ ใช้อันลิมิตแล้วจะดองหนังสือได้ไง คืออันลิมิตจะมีลิมิตให้ยืมหนังสือได้สูงสุดครั้งละ 10 เล่มค่ะ ซึ่งเราจะชอบเข้าไปเลือกหนังสือมาดองเอาไว้ในลิสต์สัก 9 เล่มก่อน แล้วพอวันไหนอยากอ่านก็ค่อยเข้าไปเคลียร์ แบบนี้น่าจะถือเป็นกองดองได้อีกเช่นกันค่ะ เรียกได้ว่าดองทั้งแบบรูปเล่มและแบบอีบุ้คกันไปเลย

     ในส่วนของเล่มนี้ถือเป็นนิยายภาษาญี่ปุ่นเล่มที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาจนถึงปัจจุบัน (เวลาที่อัพเอนทรี่นี้) เลยค่ะ ที่ผ่านมาเคยอ่านเกิน 400 หน้ามาบ้างแล้วก็จริง แต่คราวนี้ถือเป็นครั้งแรกที่อ่านแบบเกือบทะลุ 500 หน้าเลย แถมยังเป็นรูปแบบอีบุ้คด้วย ก็ใช้เวลาพอสมควรในการอ่านเหมือนกันค่ะ


(ภาพจาก Amazon)

ชื่อเรื่อง : フラッガーの方程式 (FLAGGER no Houteishiki)
ผู้เขียน : 浅倉 秋成 (Akinari Asakura)
สำนักพิมพ์ : 角川文庫 (Kadokawa Bunko)
จำนวนหน้า :  495 หน้า
ราคา :  970 เยน 

     โทโจ เรียวอิจิ (東條涼一) เด็กหนุ่มม.ปลายสุดแสนจะธรรมดาในเมืองบ้านนอกแห่งหนึ่ง สมาชิกชมรมกลับบ้านพร้อมเพื่อนผู้ชายในกลุ่มอีก 4 คน มีชีวิตสุดแสนจะธรรมดาจนออกจะจืดจาง จืดชืดเสียด้วยซ้ำ จู่ๆ วันหนึ่งเขาก็ถูกมุราตะ เซซัง (村田静山) ที่อ้างตัวเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาโปรเจ็กต์แฟล็กเกอร์ซิสเต็ม มาดักรอระหว่างทางกลับบ้าน เพื่อชวนโทโจเข้าร่วมโปรเจ็กต์พัฒนาแฟล็กเกอร์ซิสเต็มในฐานะผู้ทำดีบั๊กเทสของระบบ

     แฟล็กเกอร์ซิสเต็ม คือเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การเป็น "ตัวเอก" ในนิยาย ในโลกแห่งความจริง เพื่อ "สร้างระบบที่ทำให้ไม่ว่าใครก็ตามเป็นตัวเอกในเรื่องราวได้" โดยใช้หลักการการกระจายคลื่นไฟฟ้าไปยังผู้คน และระบบจะดึงข้อมูลจากดาต้าที่อ้างอิงจากเนื้อหาเลิฟคอมเมดี้ในอนิเมะรอบดึก (深夜アニメ) จำนวน 299 เรื่องมาบังคับเรื่องราวให้เป็นไปตามที่ตัวเอกต้องการได้ โดยตัวเอกจะต้องปัก "แฟล็ก" ด้วยคำพูดและการกระทำให้ระบบได้รับรู้ว่าต้องการให้เรื่องดำเนินไปในทิศทางไหน 

      ณ ปัจจุบันระบบได้พัฒนามาเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือแค่หาคนมาทดสอบระบบเพื่อหาดีบั๊กเท่านั้น ซึ่งตัวโทโจได้รับเลือกจากมุราตะผู้ทำหน้าที่จัดการในด้านเนื้อเรื่องในฐานะ "ผู้ที่เหมาะสมที่สุด" เนื่องจากโทโจมีองค์ประกอบของ "พระเอกอนิเมะรอบดึก" อยู่ครบถ้วน นั่นคือเป็นคนจืดจาง มีเพื่อนน้อย ตบมุกชาวบ้านเก่ง และชื่อเท่พอใช้ ตอนแรกโทโจเองก็คิดว่าเป็นเรื่องเล่นตลกหรือเปล่า แต่มุราตะก็ทดสอบระบบให้โทโจได้ดูกับตาจนทำให้โทโจเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงแท้แน่นอนและยอมเข้าร่วมทดสอบดีบั้กเทสกับทางมุราตะจนได้

     สาเหตุใหญ่ที่โทโจอยากเข้าร่วมทดสอบเพราะโทโจนั้นมีสาวที่ตัวเองแอบชอบอยู่ชื่อซาโต้ แต่ที่ผ่านมาโทโจขี้อายเสียจนไม่เคยได้ทักทายหรือเข้าไปสานสัมพันธ์กับซาโต้สักที เลยคิดว่างั้นลองเข้าร่วมโปรแกรมเพื่อหาทางให้ได้ใกล้ชิดซาโต้ก็คงไม่เลวเท่าไหร่นัก แล้วช่วงของการทดสอบคือช่วงเดือนธันวาคมหนึ่งเดือนเต็ม อย่างน้อยก็เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้จี๋จ๋ากับซาโต้บ้าง และเซ็ตระบบแฟล็กเกอร์ให้โทโจเป็นตัวเอก ระบบมีอิทธิพลมาก เรื่องราวจบแบบประทับใจ และมีมุราตะเป็นผู้อยู่นอกเรื่องราวคอยให้คำปรึกษากับโทโจ

     แต่ทว่า พอเข้าเดือนธันวาคมจริงๆ แล้ว เรื่องราวกลับไปในทางที่ประหลาดเกินกว่าโทโจจะคาดคิด เริ่มจากพ่อแม่โดนย้ายไปทำงานที่แอฟริกากระทันหันทิ้งให้โทโจต้องอยู่บ้านคนเดียว เหยื่อล่อจากระบบให้โทโจปักแฟล็กมีตั้งแต่เด็กผู้หญิงร้องไห้อยู่หน้าบ้าน สาวขี่จักรยานเกือบจะชน พอไปถึงโรงเรียนก็เจอว่าผู้ชายเกือบหมดโรงเรียนโดนโรคหัดเล่นงานจนทั้งโรงเรียนเหลือแต่ผู้หญิง แถมพอกลับบ้านมายังเจออดีตสาวขายบริการรุ่นราวคราวเดียวกันมาอยู่บ้านด้วยกันอีกต่างหาก นอกจากนี้ยังมีประธานนักเรียนสาวสวย คุณหนูบ้านรวยมาขอให้โทโจช่วยเป็นแฟนหลอกๆ เพื่อหนีการคลุมถุงชนของพ่อ หรือสาวน้อยเวทมนตร์ที่ลากโทโจเข้าชมรมเวทมนตร์ บังคับให้ฝึกฝนเพื่อต่อสู้กับองค์กรที่คอยหมายหัวเธออยู่อีก แล้วชีวิตรักที่จะได้จี๋จ่ากับซาโต้ซังที่ใฝ่ฝันไว้แต่แรกจะเป็นอย่างไรล่ะนี่...



     ให้พูดสั้นๆ สำหรับเล่มนี้คือ "กาว" ค่ะ คนชอบเรื่องไลท์โนเวลน่าจะชอบ ในเรื่องนี่ตัวมุราตะคือโอตาคุอนิเมะเต็มขั้นมาก อธิบายวิเคราะห์อนิเมะทั้งหลายแบบเยอะแยะและเป็นเหตุเป็นผลสุดๆ ตัวโทโจเองก็ตบมุกได้ตลอด เนื้อเรื่องแซวโน่นแซวนี่ไม่เบา อ่านไปขำไปหลายช็อตมาก แบบให้ความรู้สึกเหมือนการตบมุกในอนิเมะกาวๆ จริงๆ ที่กาวที่สุดคือช่วงครึ่งเล่มแรกนี่แหละ องค์ประกอบและกลิ่นอายของอนิเมะรอบดึกมาแบบชัดเจนสุดๆ ทั้งฮาเร็ม สาวรุมรักอะไรทั้งหลาย แต่โทโจไม่ค่อยเล่นด้วยเท่าไหร่เพราะใจยังมุ่งมั่นอยู่กับซาโต้ซัง ถึงสุดท้ายจะยอมตกกระไดพลอยโจนเล่นไปกับเค้าด้วยแต่ก็เล่นไม่สุด (แต่ตบมุกลืมตายทุกช็อต) เลยจะมีบางจังหวะที่หงุดหงิดกับตัวเอกบ้างว่าทำไมไม่ยอมทำอะไรๆ ให้มันชัดเจนให้ระบบรู้สักทีล่ะว่าตัวเองต้องการแบบไหน แต่พอเข้าครึ่งหลังจริงๆ เนื้อเรื่องกลับเข้มข้นแบบวางแทบไม่ลงเหมือนกัน คือสุดท้ายแล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่ดูกระจัดกระจายในตอนแรกกลับร้อยเรียงเข้าเป็นเรื่องเดียวกันได้อย่างแนบเนียนและจบในรูปแบบ "ประทับใจ" ได้จริงๆ ทั้งยังชวนให้ตั้งคำถามด้วยว่า ชีวิตที่เป็นเหมือนนิยายนั้นดีจริงๆ หรือไม่ หรือที่จริงแล้วชีวิตจริงมีอะไรที่ยิ่งกว่านิยายเข้าไปอีก

     ด้วยความที่เนื้อหาค่อนข้างยาวมาก เลยใช้เวลาพอสมควรในการอ่าน ศัพท์ที่ไม่รู้ก็เยอะ มุกแป๊กก็มี แต่อ่านแล้วก็ยังสนุก ไม่หนักหัวเกิน และไม่ได้โล่งจนเบาหวิวไร้สาระอะไรขนาดนั้น เลยเรียกได้ว่าอ่านได้เพลินๆ แบบทิ้งความประทับใจหลังอ่านจบได้ด้วยค่ะ ถ้าใครสนใจลองหามาอ่านได้นะคะ


     แล้วพบกันใหม่เล่มหน้าค่ะ



Post a Comment

0 Comments